Compound Finance

Compound (COMP) เป็น Protocol การจับคู่ผู้ใช้งานที่ต้องการปล่อยกู้และกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลบน DeFi  โดยผู้ใช้งานยังได้รับดอกเบี้ยจากคริปโตเคอร์เรนซีที่ฝากหรือกู้ยืมสินทรัพย์ในPool ที่แพลตฟอร์มรองรับอีกด้วย

Compound Finance คืออะไร 

  • Compound เป็น Protocol บนบล็อกเชนของ Ethereum ที่สามารถปล่อยกู้และกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยทำงานอัติโมนัติและไม่ผ่านตัวกลาง หรือเรียกได้ว่าเป็น Liquidity Pool ชนิดหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยมาจากอัลกอริทึม โดยพิจารณาจากอุปสงค์และอุปทานของสินทรัพย์ และจะโต้ตอบโดยตรงกับ Protocol โดยมีการรับ (และจ่าย) อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวผ่าน Smart Contract ซึ่งไม่ต้องเจรจาเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การครบกำหนด หรืออัตราดอกเบี้ย
  • Protocol รวบรวมอุปสงค์-อุปทานของผู้ใช้งานแต่ละคน เมื่อผู้ใช้งานฝากสินทรัพย์ดิจิทัลจะถือว่าเป็นการปล่อยสภาพคล่องไปใน Pool นั้นมากกว่าการให้กู้ยืมโดยตรง
  • บุคคลที่ต้องการการลงทุนระยะยาวใน Ether และโทเคน (“HODLers”) สามารถใช้Compound Finance เป็นแหล่งของผลตอบแทนเพิ่มเติมจากการลงทุน
  • Compound อนุญาตให้ผู้ใช้งานกู้ยืมสินทรัพย์จาก Protocolโดยการวางเหรียญค้ำประกัน เพื่อแลกกับความน่าเชื่อถือจากผู้ให้กู้ยืมและอำนาจในการยืมสินทรัพย์ดิจิทัล

ตัวชี้วัดสำคัญ

ชื่อย่อCOMP
ชื่อเต็มCompound finance
ประเภท/โปรโตคอลERC-20
อุปทานทั้งหมด10,000,000 COMP
อุปทานหมุนเวียนในปัจจุบัน  See Coinmarketcap
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด See Coinmarketcap
วันที่สร้าง2017
สามารถขุดได้หรือไม่?ไม่

ประวัติผู้ออก Compound Finance

Compound เริ่มก่อตั้งในประมาณปี 2017 โดย คุณ Robert Leshner และ คุณ Geoffrey Hayes ทั้งคู่มีเป้าหมายที่อยากจะพัฒนาระบบการเงินแบบเดิมที่มีข้อบกพร่อง เรื่อง ความรวดเร็ว, ประสิทธิภาพในการทำงานและที่สำคัญคือถูกจำกัดด้วยระบบแบบรวมศูนย์ จนได้ร่วมกันสร้างบริษัทซอฟแวร์ชื่อว่า Compound Labs ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมของระบบ Compound Protocol 

วัตถุประสงค์ของเหรียญ

มีคุณสมบัติเป็น Governance Token ที่สามารถให้ผู้ที่ถือ Token สามารถแสดงสิทธิ์ออกเสียงในการเสนอการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างๆ เช่น Collateral Factor (การเพิ่มปริมาณการกู้ของเหรียญชนิดนั้น), Liquidation Incentive (ค่าธรรมเนียมในการนำหลักประกันไปขายใช้หนี้) และ การคัดเลือกเหรียญที่ใช้ภายใน Pool ของระบบ เป็นต้น เพื่อเป็นการกำหนดแนวทางและทิศทางการดำเนินงานของ Compound Finance 

Insights

  • Compound Protocol ถูกสร้างบนเครือข่าย Ethereum Blockchain โดยเป็น Platform เข้ามาช่วยเหลือและบริการผู้ถือเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ได้แก่ กลุ่มเหรียญมาตรฐาน ERC-20 ที่ต้องการจะปล่อยกู้เพื่อสร้างผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย และ ผู้ที่ต้องการยืมหรือกู้คริปโตเคอร์เรนซีเพื่อนำไปใช้ดำเนินธุรกรรมต่างๆ
  • Supplier หรือ ผู้ปล่อยกู้

ผู้ที่ถือครองคริปโตเคอร์เรนซีแต่ต้องการที่ปล่อยกู้จึงสามารถเข้ามาใช้บริการ Platform ได้ด้วยการนำคริปโตเคอร์เรนซีมาเป็นหลักประกันหรือเงินต้น เข้าทำการ Stake ภายใน Compound Pool หลังจากนั้นระบบทำการส่ง cTokens  เพื่อใช้ในการแสดงสิทธิ์สำหรับการ Stake เมื่อครบตามระยะเวลาที่กำหนดก็จะแลกคืนหลักประกัน (เงินต้น) พร้อมกับดอกเบี้ย

  • Borrower หรือ ผู้กู้ยืม

ผู้ที่ต้องการทำการกู้จะต้องวางหลักประกัน (Collateral) ที่เป็นเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีกับทาง Compound Pool ก่อน หลังจากนั้นก็จะได้รับอนุมัติ Borrow Balance ที่เปรียบเหมือนกับ บัญชีวงเงินกู้ (จำนวนของวงเงินนั้นจะมีค่าน้อยกว่ามูลค่าสิ่งของที่วางเป็นหลักประกัน ) ที่สามารถทำการกู้ยืมสินทรัพย์ ได้

ซึ่งในขั้นต่อไปจะเป็นการนำ Borrow Balance ไปกู้คริปโตเคอร์เรนซีจาก Pool ที่เราต้องการ ในกรณีต้องการหลักประกันคืนนั้นเราจะต้องทำการจ่ายของเหรียญที่กู้ยืมมาพร้อมกับค่าธรรมเนียมคืนแก่ระบบ  ดังนั้นผู้กู้จะต้องระมัดระวังเรื่อง การใช้จำนวนวงเงินของ Borrow Balance ซึ่งเป็นวงเงินกู้ที่เหมาะสมโดยจะไม่ให้เกินเกณฑ์ของที่ระบบกำหนด ถ้าหากเกิน ระบบจะเกิดกระบวนการ Liquidation ซึ่งเป็นการนำหลักประกันของผู้กู้มาขายถอดตลาดเพื่อนำเงินมาหักลบส่วนที่เกินออก จากนั้นส่งเงินจำนวนที่เหลือกลับคืนให้ผู้กู้

  • ฟังก์ชั่นอื่น ๆ

Compound Protocol มีการจัดลำดับความเสี่ยงของเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีที่เป็นหลักประกัน เรียกว่า Collateral Factor เช่น ระบบจะทำการตั้ง Collateral Factor ของ ETH อยู่ที่ 75 % และ BAT ที่ 60 % หมายความว่า ระบบจะให้น้ำหนักกับ ETH ที่เป็น High-Cap Asset มากกว่า BAT ที่เป็น Small-Cap Asset ส่งผลให้สามารถกู้เหรียญ ETH ได้ในปริมาณที่มากกว่า แต่ก็จะไม่สามารถกู้เกินตามปริมาณที่ Collateral Factor กำหนดไว้

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

  • ความเสี่ยงเรื่องของการ Liquidation อย่างผู้ใช้ไม่สามารรักษาวินัยในการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากระบบ Protocol นั้นจะไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า แต่ถ้าเกิดภาระหนี้ถึงเกณฑ์กำหนดเมื่อใด ระบบจะทำการ Liquidation โดยอัตโนมัติทันที
  • อัตราของผลตอบแทนของการ Stake คริปโตเคอร์เรนซีมีการแปลี่ยนแปลงผันผวนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นผู้ใช้บริการจะต้องคอยติดตามเฝ้าอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้ผลตอบแทนของผู้ฝากผันผวนตาม
  • ความเสี่ยงเรื่องข้อบกพร่องของ Smart Contract ที่ติดปัญหา Bug ทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนของการส่งข้อมูล (Information Flow) ผิดพลาด จึงเป็นเหตุให้ผู้ให้บริการเกิดความเสียหาย
  • ความเสี่ยงเรื่องของความเสี่ยงสูงของการฉ้อโกง เนื่องจาก Defi สามารถสร้างอัตราผลตอบแทนในการนำคริปโตเคอร์เรนซีที่สูง จึงทำให้มีผู้ใช้งานนำเงินไปฝากเป็นจำนวนมากและขาดความระมัดระวัง ทำให้ทางผู้พัฒนาระบบสามารถโกงได้ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับ Defi ที่ถูกสร้างบน Binance Blockchain ที่ชื่อว่า Defi 100 โดยทางผู้พัฒนายักยอกเงินราว 32 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 1 พันล้านบาท แล้วทำการปิดระบบหนี สร้างความเสียหายให้แก่ผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก

ข่าวเกี่ยวกับ COMP

  • Mark Cuban มหาเศรษฐีอันที่ 177 ของโลกอ้างอิงจากนิยมสาร Forbes ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า Dentralized Finance รูปแบบ Lending Protocol เช่น Compond, AAVE เป็นต้น ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้คนในการเข้าถึงบริการทางการเงินในเรื่องการกู้ยืมโดยที่ไม่มีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องที่เป็นเหตุให้เกิดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายสูงนั้นเอง
  • Compound Finance ได้ทำการร่วมมือกับ MakerDAO ในการนำ Dai มาใช้ใน Compound Protocol เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้บริการได้รับประสบการณ์จากเหรียญใหม่ๆมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถนำ Dai ถูกนำไป Stake  ที่เป็นในรูปของ cDai เพื่อรับผลตอบแทนจาก Dai Saving Rate  
  • ทางบริษัท Ledger ได้ร่วมมือกับ Compound Finance เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Ledger Live ที่สามารถให้ทางลูกค้าทำการ Lending คริปโตเคอร์เรนซีประเภท Stable Coin ได้แก่ USDT, USDC และ Dai ผ่านทาง Ledger ไปยัง Compound เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Community & Whitepaper

คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะของสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งเงื่อนไขผลตอบแทน,ความเสี่ยงของสินทรัพย์ ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน

Read more