เทรดเต็มพิกัดแบบ All-in VS สาย Allocation อะไรดีกว่ากันในโลกคริปโตฯ

โพสต์เมื่อ April 28, 2021 ใน Articles, Investing, Opinions
เทรดเต็มพิกัดแบบ All-in VS สาย Allocation อะไรดีกว่ากันในโลกคริปโตฯ
ดู Articles ทั้งหมด

ในช่วงเวลาที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหรียญขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ล้วนแต่สร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนกันถ้วนหน้าไม่มากก็น้อย นั่นทำให้นักลงทุนไม่ว่ามือใหม่หรือมือเก๋าเข้าใจว่าสภาวะการได้กำไรเยอะ ๆ ในการลงทุนคือ “เรื่องปกติ” หรือ New Normal แต่หากย้อนกลับไปฟังคำแนะนำเรื่องการลงทุนจากคนที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนานมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเป็นบวกในระยะยาวนั้นยากมาก ๆ เช่น 10 – 20% ต่อปีทบต้นหลายปีนี้ถือว่าเก่งสุด ๆ แล้ว แต่เมื่อเห็นตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้หลายคนที่เข้าลงทุนได้ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น จนหลายคนการ์ดเริ่มตก เริ่มพิจารณาความเสี่ยงเป็นอันดับท้ายสุดและเริ่มได้ยินคำว่า All-In หรือจัดหนักจัดเต็มในคริปโตฯ มากขึ้นเรื่อย ๆ ในบทความของเราจึงอยากจะมาอธิบายและทดสอบให้เห็นภาพกันว่า การจัดหนักจัดเต็มกับการกระจายเงินกระจายพอร์ตในสินทรัพย์ดิจิทัลแบบไหนดีกว่ากัน

การ All-In หรือจัดหนักจัดเต็มคืออะไร

ทฤษฎีการลงทุนในสมัยก่อนมักจะแนะนำให้เรามีการกระจายความเสี่ยงหรือ Diversified ตามหลักของ Portfolio Theory ซึ่งบอกได้เลยว่าในเชิงวิชาการ การจัดพอร์ตแบบนี้ซับซ้อนเอาเรื่องอยู่ครับ (คิดง่าย ๆ ว่ามันคือคอนเส็ปประมาณว่ากระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เมื่อสินทรัพย์หนึ่งลง อีกสินทรัพย์หนึ่งอาจจะขึ้น ทำให้ความผันผวนของพอร์ตลดลง) ดังคำพูดที่เราเคยได้ยินก็เช่น อย่าใส่ไข่ในตระกร้าใบเดียวนั่นเอง

ส่วนการจัดหนักจัดเต็มหรือ All-In เป็นคำศัพท์ที่พบเจอบ่อย ๆ เวลาใช้ในการพนัน ซึ่งการ All-In เป็นลักษณะของการเทหมดหน้าตัก มีชิพอยู่บนโต๊ะเท่าไหร่ เราแทงตานั้นหมดเลย ได้หรือเสียก็วัดกันไปเลย รวยจนในพริบตา เราจึงอยากจะยกข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีคิดว่าเป็นอย่างไร นักลงทุนทุกท่านจะได้เข้าใจและเห็นอนาคตในสิ่งที่อาจจะต้องพบเจอเมื่อเลือกใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่ง

All-in VS Allocation

ข้อดีและข้อกำจัดของการ All-In หรือ การเทหมดหน้าตัก

  • ข้อดีของการ All-In หรือ การเทหมดหน้าตัก
  1. ไม่ต้องโฟกัสการเคลื่อนไหวของราคาหลายสินทรัพย์หรือโฟกัสหลายตัว จ้องแค่ตัวเดียวเน้น ๆ
  2. ไม่ต้องติดตามข่าวสารหลายตัว ตามอ่านแค่ตัวเดียวเน้น ๆ 
  3. ถ้าเก่งหรือโชคดีตัวที่ All-In เข้าวิน ก็สามารถปั้นพอร์ตแบบรวยเปลี่ยนหลัก
  • ข้อเสียของการ All-In หรือ การเทหมดหน้าตัก
  1. ต้องทำการบ้านหนัก เพราะจะต้องคัดสินทรัพย์ที่ “เรามั่นใจ” ที่สุด
  2. พอร์ตอาจจะผันผวนหนักระหว่างทาง จนไม่สามารถ “ถือ” ไปได้ตลอดรอดฝั่ง
  3. ถ้าวิเคราะห์ผิดหรือโชคร้ายอาจจะหมดตัวเพราะราคาสินทรัพย์นั้นเหลือศูนย์

ข้อดีและข้อจำกัดของการ Allocation หรือ การแบ่งพอร์ตลงทุน

  • ข้อดีของการ Allocation หรือ การแบ่งพอร์ตลงทุน
  1. เป็นการเพิ่มโอกาสของเงินลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์
  2. เป็นการกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม
  3. มีความยั่งยืนหรือสามารถยืนระยะในตลาดได้นานกว่า
  • ข้อจำกัดของการ Allocation หรือ การแบ่งพอร์ตลงทุน
  1. ถ้าเลือกสินทรัพย์ลงทุนเอง จะต้องใช้เวลาในการติดตามราคา รวมถึงข่าวสารของหลายสินทรัพย์
  2. โอกาสในการได้ผลตอบแทนแบบมหาศาลชั่วข้ามคืนมีน้อยลง เพราะต้องกระจายเงินไว้หลายก้อน
  3. มีความยุ่งยากในการวางแผน วางกลยุทธ์ ว่าจะต้องจัดพอร์ตอย่างไร แบ่งเงินกี่ก้อน สูงสุดตัวหนึ่งตัวควรคิดเป็นกี่ % ของพอร์ต สูงสุดในพอร์ตควรมีกี่ตัว เป็นต้น

ผลการทดสอบเทรดเต็มพิกัดแบบ All-in VS สาย Allocation ในตลาดคริปโตฯ

เพื่อไม่ให้เป็นการถกเถียงว่าแบบไหนดีกว่ากันเพราะอันที่จริงทั้งสองแบบมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนจะเลือกใช้แบบไหนที่เหมาะสม เข้ากับตัวของเราเอง เราจึงทำการทดสอบในเชิง Quantitative เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนแบบไม่มโน ส่วนใครจะเลือกแบบไหน สะดวกใจกับอะไร สามารถดูผลนี้ประกอบได้ครับ ว่า “ระหว่างทางจะต้องพบเจออะไรบ้าง” แต่ต้องขอแจ้งเตือนอีกสักนิดว่าผลการทดสอบนี้เป็นการนำ Data หรือข้อมูลในอดีตมาทดสอบเพื่อให้เห็นตัวเลขสถิติต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ส่วนผลลัพธ์ในอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้จริงแม้จะมีหลายคนพยายามเคลมว่าทำได้ก็ตาม

เราสามารถแบ่งสมมติฐานออกเป็น 3 แบบ ดังนี้

  1. All-In ด้วยเงินทั้งหมดในบิทคอยน์
  2. แบ่งเงินลงทุนเพียง 10% มาซื้อบิทคอยน์ ส่วนเงินอีก 90% ฝังตุ่มเอาไว้เฉย ๆ
  3. Allocation Port ในคริปโตฯ ตามกลยุทธ์

โดยมีเงินไขการทดสอบ ดังนี้

  1. เงินลงทุนตั้งต้น 100,000 บาท
  2. ช่วงเวลาการทดสอบ 1/1/2015 – 31/12/2020

All-In ด้วยเงินทั้งหมดในบิทคอยน์

Zipmex allocation Bitcoin

แบ่งเงินลงทุนเพียง 10% มาซื้อบิทคอยน์ ส่วนเงินอีก 90% ฝังตุ่มเอาไว้เฉย ๆ

Zipmex all-in Bitcoin

Allocation Port ในคริปโตฯ ตามกลยุทธ์

Allocation Port

สิ่งที่บริษัทต้องการสื่อไม่ได้อยากชี้นำว่าอะไรดีกว่ากัน เพียงแต่ต้องการนำเสนอวิธีการคิด วิธีการหาคำตอบ วิธีการทดสอบจากข้อมูลในอดีต เพื่อวิเคราะห์และเลือกสิ่งที่ใช่ สิ่งที่เหมาะสมกับตัวเราเท่านั้น ไม่ใช่เลือกที่จะเชื่อใครโดยไม่หาคำตอบด้วยตนเอง เขาว่า All-In ดีก็จัดหนักตาม เขาว่ากระจายพอร์ตดีก็ทำตาม ๆ กัน แต่ควรมาจากการพิจารณาของตัวเองอย่างถี่ถ้วนเท่านั้น เพราะผมเองเคยเห็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นแนวลงทุนแบบ “กระจุก” หรือลงทุนแบบ “กระจาย” สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันก็คือเข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณข้อมูล และ Template ดี ๆ จาก https://www.siamquant.com/