“คุณค่า” ของ NFT ที่มากกว่า “มูลค่า” ในมุมเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม

โพสต์เมื่อ April 27, 2021 ใน Articles, Investing, Opinions
“คุณค่า” ของ NFT ที่มากกว่า “มูลค่า” ในมุมเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม
ดู Articles ทั้งหมด

บทความก่อนหน้านี้ของเราที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Non-Fungible Token หรือ NFT ว่าคืออะไร สามารถนำไปใช้ในทางใดบ้าง ทำไมนักลงทุนควรสนใจ เราเชื่อว่าทำให้ผู้อ่านพอเข้าใจใน NFT มากยิ่งขึ้น ส่วนท่านไหนยังไม่ได้อ่านก็สามารถไปหาอ่านกันที่บทความบนเว็บไซด์ของ Zipmex โดยเนื้อหาจากบทความที่แล้วจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับเนื้อหาของบทความนี้ที่จะเจาะลึกเรื่องความเข้าใจของคุณค่า หรือ Value ของ NFT ผ่านประสบการณ์ของผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการ NFT

เรานำเนื้อหาจากการสัมภาษณ์ของสำนักข่าว Vox ในประเด็นเรื่อง Value ของ NFT กับทางคุณ Matt Stephenson ที่ทำงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมและมีประสบการณ์โดยตรงจากการร่วมงานกับบริษัท Dapper Labs ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสินค้า NFT ชื่อว่า NBA TopShot เป็นลักษณะ Officially-licensed video highlights เฉพาะของนักกีฬาบาสเกตบอลแต่ละคนที่มีข่าวการซื้อขาย NBA TopShot ของ LeBron James นักบาสเกตบอลเบอร์ต้น ๆ ของวงการในราคามากกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ

NFT

ประเด็นที่ 1 เรื่องการนำทฤษฏีเศษฐศาสตร์มาประยุกต์ให้เข้าใจคุณค่าของ NFT 

ในเชิงเศรษฐศาสตร์ มีการแบ่ง Concepts ของ Value ออกเป็น 2 แบบได้แก่

1. Functional Value หรือคุณค่าในเชิงการนำไปใช้ประโยชน์ 

การเอาสิ่งของหรือวัตถุนั้นไปทำอะไรได้บ้าง

  • การที่ใช้งานเป็นของสะสมหรือเป็นของโชว์ในงานนิทรรศการของสะสมที่หายาก

สร้างประโยชน์แก่ตัวผู้ใช้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

  • การซื้อเก็บเพื่อสร้างรายได้ในกรณีนำไปขายต่อให้แก่กลุ่มคนที่สนใจ
  • เป็นการแสดงสถานะและรสนิยมทางสังคมเนื่องจากผู้คนนั้นยังมีความเชื่อว่าบุคคลที่เป็นนักสะสมนั้นต้องมีฐานะที่มั่นคงก่อนจึงสามารถซื้อสิ่งของมาสะสมได้

2. Hedonic value หรือคุณค่าในเชิงสุนทรียภาพ 

คือคุณค่าในเชิงของความเพลิดเพลินทางอารมณ์ , ความรู้สึก , ประสบการณ์ในอดีตและช่วงชีวิตของแต่ละบุคคลที่ถูกเชื่อมโยงกันระหว่างวัตถุกับตัวบุคคล

คุณค่าในทางความรู้สึก

  • จากการได้รับสิ่งของหรือวัตถุในรูปแบบของขวัญ (Gifted), รางวัล (Reward) แม้ว่าจะเป็นเพียงของธรรมดาทั่วไปแต่ตัวบุคคลได้มีการใส่ความรู้สึกลงไปในนั้นจนก่อเกิดคุณค่าทางความรู้สึก

คุณค่าในเรื่องราว

  • ส่วนใหญ่ศิลปินผู้สร้าง NFT จะเป็นที่นิยมใช้คุณค่าในรูปแบบนี้มานำเสนอให้แก่ผู้ซื้อเกิดความสนใจ เช่น ภาพวาดโมนาลิซ่า ซึ่งวาดโดยศิลปินเอกของโลกมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจในรายละเอียดประวัติของผู้ที่เคยครอบครองภาพ เช่น ครั้งหนึ่งเคยถูกตั้งอยู่ในห้องนอนของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ที่เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์โลก

คุณค่าเชิงประวัติ (Biographical) 

  • คือลักษณะเป็นสิ่งของ หรือ วัตถุที่เราจะรู้สึกเชื่อมโยงทางเรื่องราวความสัมพันธ์ , ประสบการณ์ , เหตุการณ์ ในอดีตและช่วงชีวิตของแต่ละบุคคล โดยองค์ประกอบพื้นฐานของนักสะสม (Collector) เช่น กลุ่มคนชอบสะสมรถยนต์รุ่นคลาสสิคที่มองว่ารถยนต์แต่ละรุ่นนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างวัตถุในเรื่องการใช้งาน , รสนิยม , ความพิถีพิถันในรายละเอียดโครงสร้างของรถยนต์
NFT

ประเด็นที่ 2 เรื่องความผันผวนของราคา NFT ที่พุ่งสูงขึ้น

คุณ Matt Stephenson มองว่าจะเป็นปรากฏการณ์ของเรื่อง Demand/Supply โดยมองว่าเทคโนโลยีและศิลปินผู้สร้างผลงานมีอิทธิพลน้อยมากในการทำให้เกิดความผันผวนของราคา  เนื่องจากสามารถกำหนดจำนวน Supply ได้อย่างเดียว แม้จะมีเพียงชิ้นเดียวในโลกแต่ถ้าไม่เกิด Demand ของผู้คนที่สนใจจริงก็ไม่สามารถทำการพลักดันราคาให้สูงได้ แต่กลับมองว่าตัวปัจจัยภายนอกนั้นเป็นสิ่งที่คอยผลักดันให้เกิดความสนใจในสังคมก่อนจนส่งผลให้ Demand ตามมาทีหลัง 

อ้างอิงปรากฏการณ์ Superstar Economy คือผู้มีอิทธิพลเพียงไม่กี่รายที่ออกมากระตุ้นและผลักดันให้เกิดความสนใจ (Attention) , ความต้องการ (Demand) เช่น

  • เหตุการณ์ของคุณ Justin Son CEO ของ Tron ประมูลภาพวาด NFT ชื่อว่า  Ocean Front  ของศิลปิน Beeple ในราคาราว 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • การขายภาพวาด Everydays: the First 5000 Days ของ Beeple ในราคา 69 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • เหตุการณ์คุณ Elon musk ออกเพลงเกี่ยวกับ NFT มาโพสต์ลง twitter จนเกิดกระแสใหญ่โต
  • เหตุการณ์คุณ Sine Estavi  CEO บริษัท Bridge Oracle ประมูลซื้อ tweet NFT ในราคา 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ตัวอย่างเหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระตุ้นความสนใจเรื่อง NFT และเทคโนโลยีเบื้องหลังแก่สังคมและก่อให้เกิดความต้องการหรือ Demand ที่เป็นตัวผลักดันราคาให้พุ่งสูงขึ้น แต่กระนั้นเมื่อเกิดความผันผวนของราคาย่อมมีปัญหาตามมาคือ ภาวะฟองสบู่ใน NFT อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากยิ่งราคาสูงทำให้มุมมองทั้งผู้สร้างและผู้ซื้อเปลี่ยนไปเป็นการเก็งกำไรที่จะยิ่งเป็นตัวเร่งภาวะฟองสบู่ให้สูงขึ้นไปจนเกิดวิกฤตได้ในอนาคต

NFT

ประเด็นที่ 3 เรื่องการนำเทคโนโลยีของ NFT มาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ปัจจุบันบริษัทในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เริ่มตระหนักถึงการนำเทคโนโลยีของ NFT มาสร้างสินค้าในการสร้างมูลค่าให้แก่บริษัทเอง เช่น อุตสาหกรรมแฟชั่น บริษัท The Fabricant ที่ได้ร่วมงานกับทางแบรนด์เสื้อผ้า นำเสนอ Digital Fashion NFT ในรูปแบบ 3D Animation , อุตสาหกรรมเกมส์ บริษัท Enjin ได้ทำการสร้าง Community สำหรับรองรับการสร้าง NFT ในรูปแบบ Game Item นอกจากนี้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้มีการริเริ่มทดลองกันบ้างแล้ว แต่ยังมีปัญหาใหญ่ในเรื่องของ Functional Value ที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากกว่าการเก็บสะสม ซึ่งเป็นสิ่งน่าสนใจในการจับตาดูกันต่อไป

NFT

ประเด็นที่สุดท้าย เรื่องมุมมองของ NFT ในอนาคต

คุณ Matt Stephenson ได้มีการแสดงความเห็นว่าในอนาคตนั้นนอกจากการสิ่งของหรือวัตถุที่ถูกสร้างเป็น NFT เรายังสามารถนำไปใช้ในด้านข้อมูล , งานวิจัย , เอกสาร เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้สร้างที่ลงทุนลงแรงจนออกมาเป็นผลงานสู่สังคมในรูปของค่าลิขสิทธิ์หรือค่าตอบแทน เป็นการกระตุ้นให้ผู้สร้างทำผลงานออกมาอีกนั้นเอง แต่คุณ Matt ก็ยังอยากให้มีข้อมูลแบบ Free , Open-source ควบคู่กันไปเพราะเป็นการช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่าง ๆ สำหรับการนำไปพัฒนาต่อยอดและเป็นการโปรโมทผลงานของตนเองทางอ้อมซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สร้างนั้นต้องพิจารณาตัดสินใจ

จึงสรุปได้ว่า ของทุกอย่างบนโลกใบนี้มี “คุณค่า” กับบางคนเสมอ นั่นทำให้ราคาที่เขายอมจ่ายเพื่อแลกกับ “มูลค่า” ในของสิ่งนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย ฉะนั้นนักลงทุนทุกท่านควรจะตีมูลค่าในของชิ้นนั้นจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่มอง ไม่ใช่จากมุมมองของเราเพียงคนเดียวเท่านั้น